bayan escort görükle escort
bayan escort görükle escort bayan
bayan escort bayan escort bayan bayan escort bayan escort bayan escort alanya escort bayan antalya escort eskişehir escort mersin escort alanya escort bayan bodrum escort bayan havalimanı transfer
kaçak iddaa oyna kaçak bahis yap illegal iddaa siteleri illegal bahis oyna illegal bahis şirketleri bahis siteleri
บริษัท อิมเมจ พลัส คอมมิวนิเคชั่น จำกัด

Triple Bottom Line

2674 ผู้เข้าชม    

 

1. ความหมาย

          สฤณี อาชวานันทกุล (http://www.salforest.com/glossary/triple-bottom-line) ให้ความหมายคำว่า Triple Bottom Line เป็นภาษาไทยว่า “ไตรกำไรสุทธิ” ซึ่งเป็นเรื่องของการวัดเป้าหมายความสำเร็จและคุณค่าขององค์กรในด้านต่าง ๆ ทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม เพิ่มเติมจากการให้ความสำคัญต่อกำไร (Profit) ตามผลประกอบการของธุรกิจ โดยให้ความสนใจเรื่องของคน (People) และสิ่งแวดล้อม - โลก (Planet)ซึ่งเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมากขึ้น

 

2. การรณรงค์และการสร้างมาตรการ

ลำดับ

ลักษณะกิจการ

รายการที่ควรพัฒนาเป็นตัวบ่งชี้ถึงความรับผิดชอบ

1

กิจการแบบส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูงและสร้างผลตอบแทนแบบลดลง (locusts)

ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับธรรมชาติ คน สังคม และเศรษฐกิจ

อัตราของการไม่พัฒนาที่เกิดขึ้นในพื้นที่/ ภูมิภาค

แบบของธุรกิจที่แสดงความไม่ยั่งยืนในระยะยาว

ช่วงเวลาที่ไม่อาจจะคาดการณ์ได้จากความเสียหายจะยุติ

ความโน้มเอียงที่จะส่งผลต่อระบบสังคม ระบบแวดล้อมและเศรษฐกิจ

การไม่สามารถประเมินผลกระทบเชิงลบที่จะเกิดขึ้น

2

กิจการแบบส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำและ
มีผลตอบแทนแบบลดลง (Caterpillars)

ส่งผลเสียหายไปทั่วในระดับชุมชน

แสดงผลของการดำเนินธุรกิจแบบมุ่งเน้นตามหน้าที่

อัตราความเสียหายจะขึ้นอยู่กับการสามารถจัดการกำกับ

ธุรกิจประเภทนี้จะไม่ยั่งยืนหากประชากรของโลกเพิ่มขึ้น 7 - 10 พันล้านคน

สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่กิจการแบบยั่งยืนได้

ริเริ่มแบบบุกเบิกแบบยั่งยืนได้

3

กิจการแบบส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ แต่สร้างผลตอบแทนสูง (Butterflies)

ปรับตัวจากความยั่งยืนของธุรกิจในระดับเล็ก ๆ และขยายขนาดขึ้นไป

ยึดมั่นในวาระของ CSR + SD

แยกตัวออกมาจากธุรกิจประเภท Locusts and caterpillars

สร้างงานแบบเครือข่าย

สู้กับกิจกรรมที่จะนำไปสู่การถดถอย

สร้างความสามารถใหม่ๆที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้บริโภค

คำนึงถึงการสะท้อนกลับของสังคม

4

กิจการแบบส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูง แต่สร้างผลตอบแทนสูง (Honeybees)

สร้างความสามารถใหม่ ๆ ที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้บริโภค

คำนึงถึงการสะท้อนกลับของสังคม

มีกลยุทธ์จัดการทรัพยากรธรรมชาติ

ความสามารถของความยั่งยืนจะขึ้นอยู่กับการยกระดับ

วิวัฒนาการของการอยู่ร่วมกับสังคมจะเป็นหุ้นส่วนแบบค่อยเป็นค่อยไปตามกระบวนการทางสังคม

การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ คน สังคม สถาบันและทุนทางวัฒนธรรม เป็นไปแบบยั่งยืน

สรุปบทเรียนมาจากความล้มเหลวของตัวแบบทั้ง Locusts, Caterpillars and Butterflies

 

 

3. แนวคิดและทฤษฎี

          Triple Bottom Line เป็นแนวคิดที่ John Elkington ได้นำเสนอต่อสาธารณะในหนังสือเรื่อง Cannibalswith forks : the triple bottom line of 21st century businessเมื่อปี 1997 โดยเขาเห็นว่า การอธิบายเรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มีการคำนึงเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคมที่กล่าวถึงใน Sustainable Development ที่เขียนไว้โดย Brundtland Commission เมื่อปี 1987 นั้น เป็นนามธรรมที่กว้างเกินไปไม่อาจที่จะเกิดขึ้นเป็นจริงได้ Elkingtonจึงสร้าง “กรอบ” (Frame) และมาตรการชี้วัดเพื่อแสดงเป็นผลขั้นต่ำที่องค์กรนั้น ๆ ควรจะได้ถือปฏิบัติ โดยเน้นไปยังการจัดการกำไร (Profit) การจัดการผลกระทบที่จะมีต่อสิ่งแวดล้อม (Planet) และการสนับสนุนต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม (People) โดยให้องค์กรนั้น ๆ จัดทำเป็นแผนงาน มาตรการ และแสดงผลลัพธ์ต่อเรื่องทั้งสาม 

          Triple bottom line จะมุ่งเน้นไปยังการอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะนำไปสู่การจัดการเพื่อความยั่งยืนในมิติต่าง ๆ 7 เรื่องด้วยกัน ประกอบด้วย (1) Markets (2) Values (3) Transparency (4) Life- circle Technology (5) Partnerships (6) Time และ (7) Corporate Governanceทั้งนี้ก็เพราะว่า ในศตวรรษที่ 21 พื้นที่ทางการตลาดจะให้ความสนใจต่อการจัดการเพื่อความยั่งยืน - แบบการเปลี่ยนผ่านทางสังคม (ไม่หวนย้อนกลับไปแบบไปยอมรับการทำลาย หรือไปยอมรับในความการพัฒนาแบบไม่ยั่งยืน เปรียบเสมือนการเปลี่ยนผ่านของ Thixotropic) เรื่องของคุณค่า - คุณค่าทางสังคมและความเป็นมนุษย์จะได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางเป็นสากล ความโปร่งใส - จะเป็นตัวเร่งการขับเคลื่อนที่สำคัญและจะเป็นพลังที่จะขยายตัวไปสู่เป็นความโปร่งใสระหว่างประเทศ ประเด็นความโปร่งใสที่เป็นเรื่องสากลนี้ จะเหมือนกับการใส่ใจต่อความสำคัญต่าง ๆ ของการดำเนินธุรกิจจะเป็นที่รับรู้โดยทั่วไป ไม่มีใครจะควบคุมไว้เป็นการเฉพาะ วงจรอายุของเทคโนโลยี - TBL ของกิจการต่าง ๆ จะเกี่ยวข้องกับ Triple bottom line ไปตามลักษณะห่วงโซ่ของกิจการไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรมรวมทั้งการใช้งาน การเป็นหุ้นส่วน - รูปแบบใหม่ของการร่วมมือจะเป็นไปทั้งแบบระหว่างบริษัทและบริษัทกับองค์กรแบบอื่น (รัฐ/ เอ็นจีโอ) เวลา - การให้สำคัญต่อเวลาจะเปลี่ยนไปจากเดิมที่เน้นการจัดการเวลาปัจจุบัน (เน้นกว้าง/ ครอบคลุมให้มาก) เป็นการคำนึงถึงระยะไกล บริษัทภิบาล - แต่ก่อนเรื่องความร่วมรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวมไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท แต่ต่อจากนี้ทุกเรื่องจะเกี่ยวข้องกับเราตามมิติของความเกี่ยวข้องของที่ตั้งและ Supply chains

 

4. การอธิบายผลผลิตและผลลัพธ์

          Triple Bottom Line เป็นแนวทางการรณรงค์ที่มุ่งจะสร้างเครื่องมือเพื่อเป็นกรอบกำหนดงานในขั้นต่ำที่บริษัทต่าง ๆ ควรจะถือปฏิบัติเป็นเบื้องต้น เพื่อใช้เป็นกรอบการดำเนินงาน การสร้างผลสัมฤทธิ์ ที่สามารถอธิบายได้ทั้งส่วนที่เป็นผลผลิตและผลลัพธ์ของการดำเนินงาน

 

 

รวบรวมเรียบเรียงโดย :CSR Communication Department

 

 

0.00 บาท