บทความน่าสนใจ

บทนำ

การพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco-Industrial Development: EID) ไม่ได้มุ่งเพียงการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงมิติทางสังคม โดยเฉพาะ การมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Engagement) ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ Mary Schlarb และ Judy Musnikow นำเสนอไว้อย่างชัดเจนในงานวิชาการคลาสสิกเมื่อปี 2003 และยังคงมีความสำคัญต่อการพัฒนา EID ในปัจจุบัน

.

แนวคิด Community Engagement ใน Eco-Industrial Development

Schlarb และ Musnikow เสนอว่า ชุมชนไม่ควรถูกมองเป็นเพียงผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการอุตสาหกรรม แต่ควรเป็น ผู้มีส่วนร่วมเชิงรุกในกระบวนการพัฒนา ตั้งแต่การวางแผน การตัดสินใจ ไปจนถึงการติดตามและประเมินผล การมีส่วนร่วมลักษณะนี้ช่วยให้การพัฒนา EID เชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ และสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

.

หัวใจสำคัญของแนวคิดนี้ คือการเปิดพื้นที่ให้ชุมชนเข้าถึงข้อมูล เข้าใจเป้าหมายของโครงการ และมีโอกาสแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นระบบ ผ่านเครื่องมือ เช่น การประชุมเชิงปฏิบัติการ เวทีสาธารณะ หรือกระบวนการวางแผนแบบมีส่วนร่วม

.

การสร้างความเป็นเจ้าของและความยอมรับของสังคม

หนึ่งในข้อเสนอหลักของ Schlarb และ Musnikow คือ การมีส่วนร่วมของชุมชนช่วยสร้าง ความรู้สึกเป็นเจ้าของ (Sense of Ownership) และเพิ่มความชอบธรรมให้กับโครงการอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ชุมชนที่มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นมักเข้าใจเหตุผลและประโยชน์ของโครงการได้ดีกว่า ส่งผลให้เกิดความร่วมมือ ลดความขัดแย้ง และเพิ่มโอกาสความสำเร็จของ EID

.

ในมุมมองนี้ Community Engagement จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมประชาสัมพันธ์ แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้าง Social License to Operate ให้กับภาคอุตสาหกรรม

.

ความเป็นธรรมทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

Schlarb และ Musnikow ยังเน้นย้ำประเด็น ความเป็นธรรมทางสังคม (Social Equity) และ ความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Justice) โดยชี้ว่าการพัฒนา EID ควรคำนึงถึงการกระจายผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม ลดภาระความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชนรอบข้าง และเปิดโอกาสให้กลุ่มที่มักถูกมองข้ามสามารถเข้ามามีเสียงในกระบวนการตัดสินใจ

.

มุมมองสนับสนุนจากงานวิจัยปัจจุบัน

งานวิจัยด้าน Eco-Industrial Park และ Circular Economy ในช่วงหลังต่างสนับสนุนแนวคิดนี้ โดยพบว่าการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงชุมชนท้องถิ่น เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความยั่งยืน ความต่อเนื่องของโครงการ และความสอดคล้องระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม

.

ในบริบทของประเทศไทย การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศหลายแห่งชี้ให้เห็นว่า การสื่อสารและการมีส่วนร่วมของชุมชนช่วยลดความขัดแย้ง และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม หน่วยงานรัฐ และประชาชน

.

ข้อจำกัดและเสียงวิพากษ์

แม้แนวคิด Community Engagement จะได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่นักวิชาการบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า ในทางปฏิบัติ การมีส่วนร่วมของชุมชนมักอยู่ในระดับการให้คำปรึกษา มากกว่าการมีอำนาจตัดสินใจจริง นอกจากนี้ หากขาดโครงสร้างนโยบาย กลไกกำกับดูแล และแรงจูงใจทางเศรษฐกิจที่เหมาะสม การมีส่วนร่วมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ EID ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง

.

.

บทสรุป

แนวคิดของ Schlarb และ Musnikow ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า Community Engagement คือหัวใจสำคัญของ Eco-Industrial Development การพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่ยั่งยืนจำเป็นต้องผสานมิติชุมชนเข้าไปในทุกขั้นตอน พร้อมทั้งสนับสนุนด้วยนโยบายและโครงสร้างการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง เมื่อชุมชน อุตสาหกรรม และภาครัฐเดินไปด้วยกัน การพัฒนา EID จึงจะสร้างประโยชน์ได้อย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว

.

.

Share this

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *