จากการอธิบายของ Jacobsen สู่พัฒนาการปัจจุบัน
1. ที่มาและความสำคัญของกรณี Kalundborg
Kalundborg Industrial Symbiosis ในประเทศเดนมาร์ก ถูกยกให้เป็นกรณีศึกษาคลาสสิกของ Industrial Symbiosis (IS) และ Industrial Ecology เนื่องจากเป็นตัวอย่างที่ไม่ได้เริ่มต้นจากการวางแผนเชิงนโยบายหรือการออกแบบ eco-industrial park โดยรัฐ แต่เกิดจากการตัดสินใจเชิงธุรกิจขององค์กรในพื้นที่ที่ค่อย ๆ เชื่อมโยงการใช้ทรัพยากรเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม
เครือข่ายนี้เริ่มพัฒนาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 โดยมีผู้เล่นหลัก ได้แก่ โรงไฟฟ้า Asnæs Power Station, โรงกลั่นน้ำมัน, โรงงานผลิตเอนไซม์และยา (เช่น Novo Nordisk), เทศบาลเมือง และภาคเกษตรกรรมในพื้นที่
2. Jacobsen (2006) นำเสนอ Kalundborg อย่างไร
งานของ Jacobsen (2006) ถือเป็นหมุดหมายสำคัญ เพราะเป็นหนึ่งในงานแรก ๆ ที่ประเมิน Industrial Symbiosis ของ Kalundborg เชิงปริมาณ (quantitative assessment) อย่างเป็นระบบ แทนการบรรยายเชิงเรื่องเล่า (descriptive case study) ที่พบมากในงานยุคก่อนหน้า
2.1 กรอบการวิเคราะห์
Jacobsen วิเคราะห์การแลกเปลี่ยนทรัพยากรหลัก ได้แก่
- พลังงาน (ไอน้ำ ความร้อนเหลือทิ้ง)
- น้ำ (น้ำจืด น้ำหล่อเย็น น้ำเสียที่บำบัดแล้ว)
- วัสดุเหลือใช้ (เช่น gypsum จากกระบวนการกำจัดซัลเฟอร์)
โดยประเมินทั้ง
- ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ (ต้นทุนที่ลดลง การใช้ทรัพยากรมีประสิทธิภาพขึ้น) และ
- ผลประโยชน์ทางสิ่งแวดล้อม (การลดการใช้น้ำใหม่ การลดของเสียและการปล่อย CO₂)
2.2 ข้อค้นพบสำคัญ
Jacobsen ชี้ให้เห็นว่า
- Industrial Symbiosis ใน Kalundborg ไม่ได้เกิดจากอุดมการณ์สิ่งแวดล้อมเป็นหลัก แต่ขับเคลื่อนโดย แรงจูงใจทางเศรษฐกิจของแต่ละองค์กร
- ผลประโยชน์ทางสิ่งแวดล้อมเป็น “ผลพลอยได้เชิงระบบ” (systemic by-product) จากการตัดสินใจเชิงประสิทธิภาพของบริษัท
- การประเมิน IS ต้องมองทั้งในระดับ องค์กรเดี่ยว และ เครือข่ายโดยรวม เพราะบาง exchange อาจดูไม่คุ้มค่าในตัวเอง แต่มีคุณค่าเมื่อมองเชิงระบบ
2.3 นัยเชิงทฤษฎี
Jacobsen เสนอว่า Kalundborg สนับสนุนแนวคิดของ Industrial Ecology ที่มองระบบอุตสาหกรรมคล้ายระบบนิเวศธรรมชาติ คือ
- ของเสียของหน่วยหนึ่ง → ทรัพยากรของอีกหน่วยหนึ่ง
- การปรับตัวเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การออกแบบจากบนลงล่าง
3. พัฒนาการของ Kalundborg หลังยุค Jacobsen
หลังจากงานของ Jacobsen เครือข่าย Kalundborg ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่พัฒนาไปสู่ รูปแบบสถาบัน (institutionalized network) ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ภายใต้ชื่อ Kalundborg Symbiosis
3.1 การขยายเครือข่าย
- จากการแลกเปลี่ยนไม่กี่เส้นทาง กลายเป็นมากกว่า 20–30 material and energy exchanges
- ครอบคลุมทั้งภาคอุตสาหกรรม หน่วยงานรัฐ และชุมชนเมือง
- มีการตั้งองค์กรกลางเพื่อประสานงานและพัฒนา symbiosis อย่างเป็นระบบ
3.2 มิติด้านความยั่งยืนร่วมสมัย
ในช่วงทศวรรษหลัง Kalundborg ถูกเชื่อมโยงกับวาระใหม่ เช่น
- การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (climate mitigation)
- circular economy
- การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ
หลายบทความร่วมสมัย (เช่น Chertow และผู้ร่วมงาน) มองว่า Kalundborg แสดงให้เห็นว่า Industrial Symbiosis สามารถ
- ก้าวจาก local efficiency → systemic sustainability transition
- เป็นฐานทดลองนโยบายระดับภูมิภาคและยุโรป
4. งานวิชาการที่ใช้อธิบาย “ความก้าวหน้าปัจจุบัน”
งานที่มักถูกอ้างอิงควบคู่กับ Jacobsen ได้แก่
- Chertow (2007) – อธิบาย Kalundborg ในฐานะต้นแบบ Industrial Symbiosis ที่ “วิวัฒน์” มากกว่าถูกออกแบบ
- Ehrenfeld & Chertow (2002) – วิเคราะห์บทเรียนเชิงทฤษฎีของ IS จาก Kalundborg
- งานล่าสุดใน Journal of Industrial Ecology และ Resources, Conservation & Recycling ที่ใช้ Kalundborg เป็น benchmark ของ circular industrial systems
(ทั้งหมดมี version of record ในวารสารสากล)
5. สรุปเชิงวิเคราะห์
กล่าวโดยสรุป
- Jacobsen (2006) ทำให้ Kalundborg เปลี่ยนสถานะจาก “เรื่องเล่าความสำเร็จ” เป็น กรณีศึกษาที่พิสูจน์ได้เชิงตัวเลข
- Kalundborg แสดงให้เห็นว่า Industrial Symbiosis สามารถเกิดได้จริงภายใต้ระบบตลาด หากมีความเชื่อใจ การเรียนรู้ร่วม และโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม
- ในปัจจุบัน Kalundborg ไม่ได้เป็นเพียง case study ทางวิชาการ แต่เป็น living laboratory ของการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและความยั่งยืนเชิงระบบ


